←ย้อนกลับไปหน้าบทความ
P
Pattawee NakkarinAUTHOR
68 views
FIFO คืออะไร และใช้ในคลังสินค้าอย่างไรให้หยิบสินค้าได้ตามลำดับ
Handheld•10 นาทีในการอ่าน

FIFO คืออะไร และใช้ในคลังสินค้าอย่างไรให้หยิบสินค้าได้ตามลำดับ

FIFO คืออะไร และใช้ในคลังสินค้าอย่างไรให้หยิบสินค้าได้ตามลำดับ

FIFO (First In, First Out) คือหลักการจัดการสินค้าที่ให้สินค้าที่รับเข้าก่อนถูกหยิบ จ่าย หรือใช้ก่อน สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเรียงกล่องให้สวย แต่คือการทำให้ข้อมูลรับเข้า ตำแหน่งเก็บ และคำสั่งหยิบใช้กติกาเดียวกัน หากข้อมูลไม่ชี้ถึงสินค้าที่เข้าก่อน พนักงานอาจหยิบตามกล่องที่อยู่ใกล้ที่สุดและทำให้สินค้าค้างนานโดยไม่มีใครเห็น

บทความนี้อธิบายวิธีวาง FIFO สำหรับคลังสินค้า ตั้งแต่การกำหนดข้อมูลที่ต้องเก็บ การออกแบบจุดสแกนและตำแหน่ง ไปจนถึงการทดสอบกับ WMS และ Handheld ก่อนขยายผลกับทุกโซนเก็บ

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

  • FIFO เป็นกติกาการหยิบตามลำดับรับเข้า จึงต้องนิยามว่าองค์กรใช้วันที่รับจริง วันที่ผลิต หรือวันที่เปิดใช้งานเป็นตัวเรียง
  • FIFO ไม่เท่ากับ FEFO: สินค้าที่มีวันหมดอายุควรพิจารณา FEFO เพื่อให้ระบบเลือกวันที่หมดอายุก่อนตามนโยบายสินค้า
  • Barcode, รหัสสินค้า, lot และตำแหน่งเก็บต้องถูกสแกนในจุดรับเข้า ย้าย และหยิบ เพื่อให้ WMS ตรวจสอบลำดับได้
  • ทางเดินและการจัดเก็บต้องสนับสนุนกติกาเดียวกับระบบ มิฉะนั้นระบบอาจสั่งหยิบถูกแต่ผู้ปฏิบัติงานเข้าถึงกล่องใหม่กว่าได้ก่อน
  • เริ่ม pilot ด้วย SKU และโซนเดียว วัดอัตราหยิบผิด สินค้าค้าง และเวลาต่อรายการ แล้วค่อยปรับ rule หรืออุปกรณ์

FIFO คืออะไรในบริบทคลังสินค้า

FIFO ย่อมาจาก First In, First Out หรือ “เข้าก่อน ออกก่อน” ในงานคลังหมายถึงกติกาให้ stock ที่เข้าสู่คลังก่อนมีสิทธิ์ถูกจัดสรรและหยิบก่อน stock ที่เข้าภายหลัง สำหรับบางองค์กรลำดับอาจอ้างอิงวันที่รับสินค้า สำหรับบางงานต้องอ้างอิง lot หรือวันที่เปิดใช้งาน จึงต้องกำหนดนิยามไว้ใน SOP และในระบบให้ตรงกัน

หลัก FIFO ไม่ใช่กติกาบัญชีเพียงอย่างเดียว เมื่อใช้กับการปฏิบัติงานจริง ระบบต้องรู้ว่าแต่ละหน่วยอยู่ที่ใด เข้ามาเมื่อไร และหยิบออกไปในธุรกรรมใด Microsoft อธิบายตัวอย่างการจองแบบ FIFO date-controlled ว่าระบบเลือก batch ตามวันที่รับที่เก่าที่สุด ซึ่งสะท้อนว่าลำดับต้องอาศัยข้อมูลรับเข้าที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เลขกล่องที่เดาเอาเอง

หากทีมต้องการภาพรวมว่าระบบควบคุมการรับ เก็บ และจ่ายสินค้าเชื่อมกันอย่างไร ควรเริ่มจาก WMS ช่วยแก้ปัญหาคลังสินค้าอย่างไร ก่อน แล้วจึงกำหนดว่า FIFO เป็นหนึ่งใน rule ของกระบวนการใดบ้าง

FIFO ต่างจาก FEFO และการจัดเก็บแบบหยิบง่ายอย่างไร

FIFO ใช้ “ลำดับเข้า” เป็นแกน ส่วน FEFO (First Expired, First Out) ใช้วันหมดอายุหรือ best-before เป็นแกน สินค้าบางชนิดเข้าคลังก่อนแต่มีวันหมดอายุหลัง lot ที่รับเข้าทีหลัง ดังนั้นการใช้ FIFO แบบเดียวอาจไม่ตรงกับข้อกำหนดคุณภาพหรือความปลอดภัยของสินค้า

อย่าสับสน FIFO กับการหยิบจากตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดเช่นกัน การลดระยะเดินอาจเป็นเป้าหมายที่ดี แต่ต้องอยู่ภายใต้กติกาการจัดสรรที่ถูกต้อง ให้กำหนดลำดับความสำคัญชัดเจน เช่น “เลือก lot ที่เก่าที่สุดซึ่งยังผ่านเกณฑ์คุณภาพ แล้วเลือก location ที่เข้าถึงได้ตามเส้นทางหยิบ” วิธีนี้ทำให้ Operations และ IT ทดสอบเหตุผลของระบบชุดเดียวกันได้

มาตรฐานและแนวทางของ GS1 ชี้ว่าข้อมูล batch/lot และวันหมดอายุที่อ่านได้จากรหัส 2D สามารถช่วยให้ WMS แยก stock และใช้ logic FIFO หรือ FEFO ได้ จึงควรเลือกโครงสร้างข้อมูลให้เหมาะกับสินค้ามากกว่าตั้งชื่อกฎแล้วคาดหวังให้หน้างานทำตามเอง

ข้อมูลขั้นต่ำที่ต้องมีเพื่อให้ FIFO ทำงานได้

ก่อนตั้งค่า WMS หรือออกแบบป้ายชั้น ให้ตกลงข้อมูลขั้นต่ำต่อหน่วย stock ดังนี้

ข้อมูลใช้ตอบคำถามอะไรจุดที่ควรยืนยัน
รหัสสินค้า (SKU/GTIN)กำลังเคลื่อนย้ายสินค้าใดรับเข้าและหยิบ
Lot หรือ batchเป็น stock ชุดใดรับเข้า ย้าย และตัดจ่าย
วันที่รับเข้า/aging dateอะไรคือ “เข้าก่อน”รับเข้าหรือสร้าง license plate
ตำแหน่งเก็บหน่วยนั้นอยู่ที่ใดput-away และทุกการย้าย
จำนวนและหน่วยนับเหลือให้จ่ายได้เท่าไรรับเข้า นับ และหยิบ
สถานะคุณภาพอนุญาตให้หยิบหรือถูกกักไว้ตรวจรับและปลดกัก

หากใช้ป้าย Barcode ควรทดสอบว่ารหัสที่พิมพ์และอ่านได้ส่งข้อมูลที่ WMS ต้องใช้จริง ไม่ควรให้พนักงานต้องพิมพ์ lot ซ้ำหลังจากสแกน การเลือก Barcode Scanner สำหรับคลังสินค้า ควรพิจารณาประเภทสัญลักษณ์ ระยะอ่าน สภาพฉลาก และการทำงานผ่านแอป Handheld ไม่ใช่ดูเฉพาะความเร็วการอ่านในห้องสาธิต

ออกแบบ workflow รับเข้า เก็บ และหยิบให้ต่อเนื่อง

จุดเริ่มของ FIFO คือ receiving: พนักงานสแกนสินค้า ระบุ lot/วันรับเข้า ตรวจจำนวน และสร้างหรือยืนยันป้ายหน่วยจัดเก็บ จากนั้นการ put-away ต้องบันทึกตำแหน่งจริง หากนำพาเลทไปวางต่างจากที่ระบบรับรู้ คำสั่งหยิบจะถูกต้องบนหน้าจอแต่ผิดในทางเดินทันที

เมื่อต้องย้ายสินค้า ให้บังคับยืนยันต้นทางและปลายทางด้วยการสแกน การใช้อุปกรณ์ Handheld สำหรับงานโรงงานและคลัง ช่วยให้ยืนยันเหตุการณ์ที่ชั้นเก็บ ลดการจดกระดาษแล้วคีย์ย้อนหลัง ซึ่งเป็นจุดที่ลำดับ FIFO มักขาดหาย

ตอนหยิบ ระบบควรแสดงอย่างน้อย location, SKU, lot และจำนวนที่ต้องหยิบ พนักงานสแกน location และสินค้าเพื่อยืนยัน หากหยิบแทนด้วย lot อื่นต้องมีเหตุผลที่บันทึกได้ เช่น stock ถูกกัก ตรวจนับไม่ตรง หรือเข้าถึงไม่ได้ ไม่ควรเปิดให้ข้ามโดยไม่มี trace เพราะจะทำให้การวิเคราะห์ stock aging ภายหลังเชื่อถือไม่ได้

สำหรับ workflow ที่ต้องพิมพ์ป้ายใหม่หรือป้ายทดแทน ดูแนวทางเลือก เครื่องพิมพ์ Barcode ควบคู่กับการควบคุมเลขป้ายซ้ำ การพิมพ์ป้ายที่อ่านไม่ได้หรือซ้ำกับหน่วยอื่นทำให้ความถูกต้องของ FIFO เสียตั้งแต่ต้นทาง

ตั้งค่า location และอุปกรณ์ให้หน้างานทำตามได้จริง

แม้ WMS เลือก stock ที่เก่าที่สุดได้ แต่ FIFO จะล้มเหลวหากชั้นเก็บทำให้พนักงานเข้าถึง stock ใหม่กว่าก่อน ให้สำรวจเส้นทางจริงโดยเฉพาะ rack ลึก, drive-in rack, พื้นที่ staging และพื้นที่คืนสินค้า แล้วกำหนดว่า stock ใหม่ต้องเข้าจากด้านใดและหยิบออกจากด้านใด

การใช้ป้าย location ที่สแกนได้ช่วยยืนยันว่าพนักงานอยู่ถูกช่องและลดการจำรหัสด้วยสายตา งานที่มีการเคลื่อนย้ายระหว่างหลายจุดควรออกแบบการอ่าน label และ app ร่วมกัน ไม่ใช่เพิ่ม scanner โดยไม่เปลี่ยนขั้นตอน ดูข้อกำหนดหน้างานจาก Handheld สำหรับโรงงาน และการวาง ระบบติดตาม Serial Number เพื่อแยกกรณีที่ต้องติดตามระดับชิ้นออกจากระดับ lot

วิธีทำ pilot FIFO ที่วัดผลได้

เลือกสินค้า 1 กลุ่มและโซนเก็บ 1 โซนที่มีการรับและหยิบต่อเนื่อง กำหนด rule ใน WMS หรือระบบเดิมให้ชัด และทำรายการทดสอบอย่างน้อย: รับเข้า stock สอง lot, ย้ายตำแหน่ง, จองคำสั่งหยิบ, หยิบได้ตามคำสั่ง, หยิบแทนกรณียกเว้น และคืนสินค้า

ก่อนเริ่มให้บันทึก baseline เช่น จำนวนรายการที่ต้องแก้ข้อมูล จำนวนครั้งที่หยิบผิด lot เวลาต่อการหยิบ และจำนวน stock ที่อยู่เกินอายุเป้าหมาย หลัง pilot ให้ดู event log ว่าขั้นตอนใดทำให้ลำดับเปลี่ยน แล้วแก้ที่ rule, ฉลาก, ตำแหน่ง หรือหน้าจอ ไม่ควรสรุปว่าเป็นความผิดของพนักงานเพียงอย่างเดียว

ถ้าคลังมีโจทย์ควบคุม lot สำหรับสายการผลิต สามารถต่อยอดไปยัง Traceability ในโรงงาน เพื่อกำหนดเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงการจ่ายใช้งานจริง

Checklist ก่อนขยาย FIFO ทั้งคลัง

  • นิยาม field ที่ใช้เรียง FIFO และกรณีที่ต้องใช้ FEFO แทน
  • ตรวจว่ารับเข้า, put-away, ย้าย, หยิบ, นับ และคืนสินค้า บันทึก location กับ lot ครบ
  • ทดสอบสแกน SKU, lot และ location ด้วยฉลากและสภาพหน้างานจริง
  • กำหนดสิทธิ์และเหตุผลสำหรับการ override การหยิบ
  • ตรวจทางเดิน, rack และ staging ว่าทำให้หยิบ stock ใหม่ก่อนโดยไม่ตั้งใจหรือไม่
  • วัด KPI pilot และทบทวน exception log ก่อนขยายไปยัง SKU หรือโซนถัดไป

คำถามที่พบบ่อย

FIFO ต้องใช้ WMS เสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป คลังขนาดเล็กอาจเริ่มด้วยป้ายและ SOP ที่ชัดเจนได้ แต่เมื่อมีหลาย lot หลายตำแหน่ง หรือมีการย้ายบ่อย ระบบที่บันทึกเหตุการณ์ผ่านการสแกนจะช่วยตรวจสอบลำดับและข้อยกเว้นได้มากขึ้น

สินค้าไม่มีวันหมดอายุใช้ FIFO ได้หรือไม่

ได้ หากองค์กรต้องการลด stock ค้างหรือจัดการสินค้าตามวันที่รับเข้า Microsoft ยกตัวอย่างว่าแนวทางอิงอายุ location สามารถใช้กับสินค้าที่ติดตาม batch และไม่ติดตาม batch ได้ โดยใช้วันที่สินค้าเข้าสู่คลังเป็นข้อมูลประกอบการเลือกหยิบ

เริ่มจาก Barcode หรือ RFID ดี

ขึ้นกับจุดควบคุม ปริมาณ และรูปแบบการเคลื่อนย้าย Barcode เหมาะกับการยืนยันเป็นจุด ๆ ด้วยการสแกน ส่วน RFID อาจเหมาะกับบางจุดที่ต้องอ่านหลายหน่วยพร้อมกัน แต่ทั้งสองแบบยังต้องมี rule และข้อมูล stock เดียวกัน อ่านภาพรวมการเลือกอุปกรณ์ได้ที่ โซลูชัน Auto ID ของ Arc Tech ก่อนกำหนดการทดลองหน้างาน

วางระบบ FIFO กับ Arc Tech

หากทีมกำลังแก้ปัญหา stock ค้าง หยิบผิด lot หรือข้อมูล location ไม่ตรงกับของจริง Arc Tech สามารถช่วยไล่ workflow รับเข้า-เก็บ-หยิบ เลือก Handheld, Scanner และ Printer ที่สอดคล้องกับระบบเดิม และออกแบบ pilot ที่วัดผลได้ เริ่มต้นด้วยการเตรียมตัวอย่าง SKU, lot, ฉลาก และแผนผังพื้นที่ แล้ว ปรึกษา Arc Tech เพื่อกำหนด requirement ที่ตรวจสอบได้ก่อนขยายผล

แหล่งอ้างอิง

ถูกใจบทความนี้? ช่วยกดสนับสนุนให้ผู้เขียนด้วยครับ
แชร์บทความนี้

ความคิดเห็น (0)

กำลังโหลดความคิดเห็น...

ร่วมแสดงความคิดเห็น

แนะนำบทความอื่นๆ

Chat with usCall us